Naoki Yoshida ผู้อำนวยการและโปรดิวเซอร์ของเกม Final Fantasy 14 ได้ขึ้นเวทีงาน FanFest ประจำอเมริกาเหนือเพื่อประกาศเป้าหมายสำคัญในภาคเสริมใหม่ล่าสุดที่ใช้ชื่อว่า Evercold ท่ามกลางกระแสความตื่นเต้นของแฟนเกมที่มารอติดตามทิศทางของเนื้อเรื่องถัดจาก Dawntrail โดยในภาคเสริมนี้มีรายงานว่าผู้เล่นจะได้ร่วมเดินทางไปกับตัวละครหลักอย่าง Alphinaud และ Estinien เพื่อออกสำรวจดินแดนปริศนาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็ง ซึ่งถือเป็นบรรยากาศที่แตกต่างไปจากภาคปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง
การประกาศครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของค่าย Square Enix ในการพัฒนาเกม MMORPG ระดับโลก เพราะไม่ได้มีเพียงแค่การนำเสนอเนื้อเรื่องบทใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงแผนการปรับปรุงระบบการเล่นขนานใหญ่เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เล่นในระยะยาว โดยทางผู้พัฒนาคาดการณ์ว่าการอัปเดต Patch 7.5 ในช่วงเวลาหลังจากนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการส่งไม้ต่อเข้าสู่ยุคของ Evercold ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า นักพัฒนาเกมพยายามปรับสมดุลระหว่างความคาดหวังของผู้เล่น กับกระบวนการผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ
การเปลี่ยนแปลงหน้าจออินเทอร์เฟซและการวางแผนกิจกรรมรายสัปดาห์
หนึ่งในไฮไลท์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือแผนการเปิดตัวอินเทอร์เฟซผู้เล่น (UI) รูปแบบใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Adventurer Activity ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแนวทางการเล่นจากเดิมที่เน้นภารกิจรายวัน มาเป็นการเน้นกิจกรรมแบบรายสัปดาห์แทน โดยการปรับปรุงนี้จะช่วยให้แฟนเกมสามารถบริหารจัดการเวลาได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม และลดความกังวลในการเข้าเล่นเกมทุกวันโดยไม่จำเป็น
ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อรวมศูนย์ข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดไว้ในหน้าจอเดียว โดยจะมีการนำระบบแต้มกิจกรรมมาใช้ ซึ่งผู้เล่นสามารถสะสมได้จากการร่วมภารกิจต่างๆ ทั่วโลกของเกม นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าระบบอาจเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถย้อนกลับไปรับรางวัลของสัปดาห์ที่ผ่านมาได้หากทำกิจกรรมในสัปดาห์ปัจจุบันครบถ้วน ซึ่งเป็นความพยายามในการลดความกดดันและแก้ปัญหาความรู้สึกพลาดโอกาสที่เป็นอุปสรรคต่อผู้เล่นที่มีเวลาจำกัด
แนวทางการปรับปรุงความก้าวหน้าของตัวละครและโครงสร้างการพัฒนา
Yoshida ยอมรับถึงข้อจำกัดของระบบระดับไอเทม (Item Level) ในปัจจุบันที่มักจะเกิดช่องว่างของค่าพลังในช่วงของ Patch บางลำดับ โดยเฉพาะกลุ่มผู้เล่นที่ไม่ได้เน้นการลงดันเจี้ยนระดับสูงอย่าง Savage Raids จึงมีแผนงานที่จะเพิ่มช่องทางการได้รับอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ผู้เล่นสาย Casual สามารถเข้าถึงความแข็งแกร่งของตัวละครได้ต่อเนื่องและทั่วถึงยิ่งขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ ทิศทางใหม่ของวงการเกมในปีนี้ ที่มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของผู้เล่นในทุกระดับ
นอกจากการปรับระบบไอเทมแล้ว ทีมพัฒนายังมีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการเนื้อหาให้เป็นรูปแบบฤดูกาลมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าอาจจะเห็นการจัดกลุ่ม Patch ในอนาคตเข้าด้วยกันเพื่อให้เนื้อเรื่องและระบบใหม่ๆ ถูกส่งถึงมือผู้เล่นอย่างต่อเนื่องและมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างนี้เน้นไปที่ประสิทธิภาพของการผลิตเนื้อหา ไม่ใช่การเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมแต่ประการใด
การปฏิรูประบบคลังแสงและอิสระในการตกแต่งตัวละคร
สำหรับผู้เล่นที่นิยมการเล่นหลายอาชีพ (Jobs) มีรายงานว่าภาคเสริม Evercold อาจมีการนำเสนอแนวทางใหม่ในระบบ Armory System เพื่อลดความยุ่งยากในการสะสมอุปกรณ์ที่ซ้ำซ้อน โดยระบบใหม่นี้คาดหวังว่าจะช่วยให้การถ่ายโอนศักยภาพของอุปกรณ์จากอาชีพหนึ่งไปยังอีกอาชีพหนึ่งทำได้สะดวกขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระการฟาร์มไอเทมในระยะยาวลงได้มาก
ในด้านความสวยงามและการปรับแต่งตัวละคร ทีมงานมีแผนที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการตกแต่ง (Character Customization) ให้ละเอียดกว่าเดิม รวมถึงความพยายามในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้นักผจญภัยสามารถแสดงเอกลักษณ์ของตนเองได้ดียิ่งขึ้น เช่นเดียวกับความพยายามในโครงการอื่นๆ อย่าง ความล้ำสมัยของเทคโนโลยีในเกมยุคหน้า ที่ผู้เล่นให้ความสนใจ โดยข้อมูลเชิงลึกและรายละเอียดเชิงเทคนิคเพิ่มเติม คาดว่าจะมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการในงานจัดแสดงลำดับถัดไปที่โตเกียวในอนาคตอันใกล้นี้
