ผู้บริหารระดับสูงของ Capcom แสดงท่าทีเชิงบวกต่ออนาคตของ Pragmata โดยระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่โปรเจกต์นี้จะได้รับการต่อยอดให้กลายเป็นแฟรนไชส์หลักรายการใหม่ของค่าย Rob Dyer ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของ Capcom USA เผยในงานอีเวนต์อุตสาหกรรมเกมว่าบริษัทกำลังพิจารณาแนวทางการขยายจักรวาลของเกมไซไฟน้องใหม่นี้ในระยะยาว หลังจากตัวเกมเริ่มสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดโลกและได้รับกระแสตอบรับที่น่าสนใจตั้งแต่วางจำหน่ายในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา
การตอบรับจากผู้เล่นและทิศทางใหม่ของ Capcom
แม้ว่าการพัฒนา Pragmata จะต้องเผชิญกับความล่าช้าและการเลื่อนกำหนดการหลายครั้งในอดีต แต่เมื่อผลงานสุดท้ายออกสู่สายตาผู้เล่น รายงานเบื้องต้นบ่งชี้ว่าตัวเกมสามารถทำผลงานด้านการตอบรับและยอดจำหน่ายได้ในระดับที่น่าพึงพอใจ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับทรัพย์สินทางปัญญาใหม่ (New IP) ของค่ายยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่พยายามฉีกตัวออกจากแนวเกมเดิมๆ เพื่อตอบรับกับ ทิศทางใหม่วงการเกมปีนี้ ที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมผู้บริโภค
นักวิจารณ์หลายสำนักยกย่องว่าความพิถีพิถันของทีมพัฒนาช่วยให้เกมมีคุณภาพงานสร้างที่แข็งแกร่ง จนสามารถนำไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานของซีรีส์ระดับตำนานอื่นๆ ในเครือ Capcom ได้ ความสำเร็จในแง่ของภาพลักษณ์ส่งผลให้ฝ่ายบริหารเริ่มมีมุมมองที่เปิดกว้างมากขึ้นในการบรรจุ Pragmata เข้าเป็นหนึ่งในเสาหลักเคียงข้างแฟรนไชส์อย่าง Resident Evil หรือ Monster Hunter ในอนาคต
มุมมองเชิงกลยุทธ์จากการบริหารคลังทรัพย์สินทางปัญญา
Rob Dyer ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่าการเพิ่มขึ้นของเกมที่มีฐานแฟนคลับชัดเจนช่วยสร้าง “คลังแสง” ที่แข็งแกร่งให้กับบริษัท การที่ค่ายมีทางเลือกนอกเหนือจากเกมยอดนิยมที่มีอยู่เดิม ทำให้พวกเขาสามารถกระจายความเสี่ยงและนำเสนอรูปแบบการเล่นใหม่ๆ ให้กับตลาดได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเกมแอ็กชันผจญภัยที่มีการผสมผสานการเล่าเรื่องที่ลึกซึ้ง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่า ความคาดหวังกับความจริงของนักพัฒนา จะต้องได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้เล่น
แต่ทั้งนี้ ทาง Capcom ยังไม่ได้ออกมายืนยันเกี่ยวกับการเริ่มพัฒนาภาคต่ออย่างเป็นทางการ เนื่องจากในปัจจุบันทีมงานยังคงมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนเนื้อหาและดูแลความเรียบร้อยของภาคหลักอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจก้าวเข้าสู่กระบวนการสร้างภาคต่อในทันทีจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณภาพจะไม่ลดทอนลงไปจากมาตรฐานที่ทำไว้ในภาคแรก
จุดต่างที่สร้างเอกลักษณ์ในโลกดิสโทเปีย
สิ่งที่ทำให้ Pragmata โดดเด่นกว่าเกมแนวยิงมุมมองบุคคลที่สามทั่วไป คือการเลือกนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครท่ามกลางบรรยากาศไซไฟที่แปลกตา แทนที่จะเป็นความหม่นหมองเพียงอย่างเดียว เกมกลับแทรกความหวังและการสำรวจอวกาศที่สร้างแรงบันดาลใจ ระบบการต่อสู้ที่เน้นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ยังช่วยดึงดูดกลุ่มผู้เล่นที่ชอบทดลองสิ่งใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี
ในยุคที่ผู้เล่นให้ความสำคัญกับรายละเอียดทางเทคนิค การที่ Capcom เลือกที่จะให้เวลาทีมพัฒนาขัดเกลาผลงานย่อมส่งผลดีในระยะยาว เพราะความคาดหวังต่อ ความล้ำของเกมเพลย์ยุคต่อไป มักจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ปัจจุบัน การที่ Pragmata สอบผ่านในเรื่องความลื่นไหลและงานศิลป์ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้เล่นเรียกร้องให้มีเรื่องราวภาคต่อ
ก้าวต่อไปของแฟรนไชส์ในอนาคต
แม้จะยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอนสำหรับโครงการต่อไป แต่ท่าทีจากฝั่งบริหารแสดงให้เห็นว่า Pragmata ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานระยะยาวไปเรียบร้อยแล้ว การที่ Capcom ประสบความสำเร็จในการสร้าง IP ใหม่ที่สามารถแข่งขันได้ แสดงถึงความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ที่แม่นยำ
ท้ายที่สุด การที่เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องนับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับวงการเกม เพราะเป็นการพิสูจน์ว่าผลงานที่ริเริ่มจากแนวคิดใหม่ๆ ยังคงสามารถแทรกตัวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดได้ หากมีความพยายามในการขัดเกลาและสร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเพียงพอ จนกลายเป็นที่จดจำของสาธารณชน
