แฟนเกมแนวสยองขวัญระดับตำนานเตรียมกลับเข้าสู่โลกแห่งความมืดอีกครั้ง เมื่อมีรายงานเกี่ยวกับการพัฒนา Vampire: The Masquerade – Oaths and Ashes ซึ่งเป็นเกมแนว Visual Novel ภาคล่าสุดที่คาดว่าจะพาผู้เล่นไปสัมผัสบรรยากาศความดิบเถื่อนของกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี โดยทางค่ายเกม Revive The Spark มุ่งเน้นไปที่การเล่าเรื่องเชิงลึกและการเมืองระหว่างเผ่าพันธุ์แวมไพร์ที่ซับซ้อนภายใต้ฉากหลังของเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่าง Berlin By Night ซึ่งเป็นหนึ่งในเซตติ้งที่แฟนคลับให้ความสนใจมากที่สุดในจักรวาล World of Darkness
การพัฒนา Oaths and Ashes ในครั้งนี้ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้เล่นที่ชื่นชอบการเล่าเรื่องที่เข้มข้น หลังจากที่กระแสของเกมภาคหลักอื่นๆ ในซีรีส์มีการเคลื่อนไหวที่หลากหลายในช่วงที่ผ่านมา ทีมพัฒนาดูเหมือนจะเลือกใช้สไตล์การเล่นที่ต่อยอดมาจากความสำเร็จของซีรีส์แนวเล่าเรื่องในอดีต แต่มีการระบุถึงการเพิ่มระบบใหม่ๆ ที่จะส่งผลต่อสภาพแวดล้อมภายในเกมตามการตัดสินใจของผู้เล่น ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ทำให้เกมแนวบันทึกเรื่องราวมีความน่าสนใจและมีมิติมากกว่าเดิม
ความน่าสนใจของเกมที่มีเนื้อหาเฉพาะตัวมักอยู่ที่การสร้างบรรยากาศที่สมจริงและการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เช่นเดียวกับที่เราเห็นใน วิเคราะห์สัญญานใหม่ Rockstar เตรียมโชว์ความล้ำของเกมเพลย์ GTA 6 เร็วๆ นี้ ที่เน้นความล้ำสมัย แต่ Oaths and Ashes เลือกที่จะเจาะจงไปที่ความดิบของวัฒนธรรมใต้ดินในเบอร์ลิน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายทอดเรื่องราวของแวมไพร์ในโลกยุคใหม่
โครงสร้างการเมืองและมุมมองที่แตกต่างผ่านสองตัวละครหลัก
ในภาค Oaths and Ashes ผู้เล่นรายงานว่าจะได้เลือกสวมบทบาทเป็นหนึ่งในสองตัวละครที่มีปูมหลังและวิธีการแก้ปัญหาที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตัวละครแรกคือ Alice สมาชิกตระกูล Ventrue ผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ของ Camarilla เธอได้รับหน้าที่ในการแทรกซึมและรื้อฟื้นโครงสร้างการปกครองในเบอร์ลินใหม่ภายใต้คำสั่งของกลุ่มอำนาจเก่าอย่าง Ivory Tower ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด
Alice จะมีทักษะพิเศษหรือ Disciplines เฉพาะตัวที่เน้นการควบคุมและอิทธิพลเพื่อทำลายศัตรูจากภายใน องค์ประกอบที่น่าจับตามองคือการที่ผู้เล่นอาจได้เห็นแผนที่ของกรุงเบอร์ลินมีการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางทางการเมืองที่ตัวละครเลือกเดิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลที่ Alice มีต่อเมืองในขณะนั้นว่าไปในทิศทางของการควบคุมหรือความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น
ในทางกลับกัน ผู้เล่นสามารถเลือกสัมผัสชีวิตจากมุมมืดผ่าน Lenz นักดนตรีพังก์ร็อกที่เป็นพวก Thinblood หรือแวมไพร์สายเลือดผสมที่มีสถานะทางสังคมต่ำต้อย Lenz ไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าเหมือน Alice เขาจึงต้องพึงพาความรู้ด้านการปรุงยาแปรธาตุ (Thinblood Alchemy) เพื่อสร้างความสามารถพิเศษในการเอาตัวรอดในเมืองที่เต็มไปด้วยอันตรายและการกีดกันทางชนชั้น
ระบบแผนที่พลวัตและผลกระทบจากการตัดสินใจของผู้เล่น
มีรายงานว่า Oaths and Ashes จะพยายามขยายขอบเขตของเกม Visual Novel ให้กว้างขึ้น โดยทุกทางเลือกจะส่งผลกระทบต่อทั้งความสัมพันธ์ของตัวละครและสถานภาพของเมืองในระยะยาว ระบบแผนที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงตามเหตุการณ์ถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมกับโลกของเกมจริงๆ การตัดสินใจครั้งสำคัญอาจหมายถึงการเปลี่ยนพันธมิตรหรือการสร้างศัตรูที่คาดไม่ถึงในอนาคต
เนื้อเรื่องของ Alice และ Lenz จะมีการพาดพิงและเกี่ยวพันกันในหลายมิติ ผู้เล่นอาจต้องเลือกว่าจะใช้ความร่วมมือที่เปราะบางเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่าหรือจะเลือกทางเดินแบบตัวใครตัวมันตามวิถีสัญชาตญาณดิบของแวมไพร์ ความซับซ้อนนี้สอดคล้องกับ เจาะลึกทิศทางใหม่วงการเกมปีนี้ ที่เน้นการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปตามแนวทางส่วนบุคคล
แม้ในการพัฒนาเกมยุคปัจจุบันจะมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับภาระงานของทีมพัฒนา ดังที่ปรากฏในบทวิเคราะห์เรื่อง นักพัฒนาเกมถึงไม่สามารถอัปเดตเนื้อหาได้ตลอดกาล แต่สำหรับโปรเจกต์ที่มีโครงสร้างการเล่าเรื่องที่ชัดเจนอย่าง Oaths and Ashes อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้เล่นที่ต้องการเนื้อหาที่จบสมบูรณ์ในตัวเองและมีคุณค่าในการกลับมาเล่นซ้ำเพื่อค้นหาฉากจบในรูปแบบต่างๆ
การถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่ง World of Darkness ในยุคใหม่
กลุ่มแฟนที่ให้ความสำคัญกับประเด็นการหักเหลี่ยมเฉือนคมทางการเมืองมองว่าเบอร์ลินคือเวทีที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับการนำเสนออำนาจที่คานกันอยู่อย่างหมิ่นเหม่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ Vampire: The Masquerade โดดเด่นกว่าเกมสยองขวัญทั่วไปที่เน้นเพียงความรุนแรง การกลับมาให้ความสำคัญกับกลุ่มสังคมแวมไพร์ระดับล่างผ่านระบบ Thinblood Alchemy ของ Lenz ยังถือเป็นความกล้าในการนำเสนอกลไกการเล่นใหม่ๆ
กลไกการผสมสูตรยาเพื่อรับความสามารถในการสำรวจเมืองเป็นสิ่งที่น่าติดตามว่าจะถูกนำมาประสานเข้ากับพล็อตเรื่องได้แนบเนียนเพียงใด เพราะนั่นหมายถึงการเพิ่มเลเยอร์การเล่นที่มากกว่าแค่การเลือกคำตอบในบทสนทนา ตัวเกมมุ่งหวังที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเกมแนวเล่าเรื่องในจักรวาล World of Darkness ให้มีความลุ่มลึกยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน Vampire: The Masquerade – Oaths and Ashes อยู่ในขั้นตอนความคืบหน้าที่คาดว่าจะมีการเปิดตัวเต็มรูปแบบในเวลาอันใกล้นี้ โดยมีการเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวผ่านแพลตฟอร์ม Steam ได้แล้ว ความตื่นตัวของแฟนๆ สะท้อนให้เห็นว่ามนต์เสน่ห์ของโลกแห่งความมืดและการเมืองใต้ดินยังคงเป็นสิ่งที่นักเล่นเกมทั่วโลกถวิลหาอยู่เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ตาม
